รากนครา อีกหนึ่งละครฟอร์มยักษ์การันตีกวาดรางวัลปี 61

เป็นอีกหนึ่งละครที่น่าสนใจของแฟนๆช่อง 3 รวมถึงผู้ชมที่รอคอยความอลังกาลของละครพีเรียด – ประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง รากนครา บทประพันธ์ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม ที่เคยสร้างความประทับมาแล้วในปี 2543 ที่ตอนนั้นได้นางเอกมากฝีมืออย่าง อั้ม พัชราภา และ นุ่น วรนุช ที่เฉือดเฉือนอารมณ์กันสุดฤทธิ์ในบทบาทของเจ้าหญิงแห่งเมืองเหนืออย่าง เจ้าแม้นเมือง และ เจ้ามิ่งหล้า ที่เรียกว่าแฟนๆละครนั้นติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง และด้วยเวอร์ชั่นแรกทำมาตรฐานไว้อย่างดีมาก ทำให้การนำมาสร้างใหม่นั้นทางช่องต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้ละครออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และแน่นอนว่าทางช่อง 3 จึงส่งนิยายสุดคลาสสิคเรื่องนี้ให้ทางผู้จัดฝีมือดีอย่าง ออฟ พงศ์พัฒน์ วชิรบรรจง ทำหน้าที่รับผิดชอบให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และแน่นอนว่าผู้จัดละครมือรางวัลผู้นี้ก็ไม่เคยทำให้ผู้ชมผิดหวังเลย ซึ่งการันตีจากผลงานมากมายตั้งแต่ รอยไหม, เลือดมังกร, ทองเนื้อเก้า, นาคี ที่เรียกทั้งกระแสและเรทติ้งแก่ช่อง 3 รวมถึงการกวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน

รากนครา นั้นทางทีมงานต้องศึกษารายละเอียดของประวัติศาสตร์ของภาคเหนือในสมัยนั้นซึ่งทางภาคเหนือนตอนนั้นคือดินแดนหนึ่งซึ่งยังไม่ใช่ประเทศไทย แต่เป็นดินแดนที่เรียกว่า ล้านนา ถูกแบ่งออกเป็นเมืองแคว้นต่างๆทางภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องราวประวัติศาสตร์ในยุคการล่าอาณานิคมของยุโรป การเมืองในสมัยนั้น นอกจากนี้โลเคชั่นหรือสถานที่การถ่ายทำนั้นที่ในนิยายค่อนข้างมีความจินตนาการซึ่งทางทีมงานต้องหาสถานที่ที่ตรงกับบทประพันธ์และสวยงาม นอกจากนี้แล้วเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายต้องมีความละเอียดและหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ถึงเครื่องแต่งกายของชาวเหนือในสมัยนั้น และสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักของเรื่องคือภาษาพูด สำหรับในเวอร์ชั่น 2560 นั้นทางผู้จัดต้องการให้นักแสดงพูดภาษาคำเมืองเพื่อให้เนื้อเรื่องถ่ายทอดออกมาได้ละเอียดและสมจริงที่สุด รวมถึงนักแสดงในเรื่องที่ต้องทำการบ้านอย่างหนักและต้องเรียนรู้การพูดภาษาคำเมือง สำเนียง ออกมาสมจริงที่สุดซึ่งเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือในสมัยล้านนา

รากนครา กล่าวถึงเรื่องราวความขัดแย้งกันระหว่างแค้นเมืองเหนือ การเมือง และการแย่งชิง รวมถึงการล่าอาณานิคมของยุโรปในสมัยช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ของไทยโดยเนื้อเรื่องจะกล่าวถึงความรักและความภักดี ผ่านตัวละคร 3 ตัวละครคือ เจ้าแม้นเมือง, เจ้ามิ่งหล้า, เจ้าศุกขวงศ์ นอกจากนี้แล้วในเรื่องยังกล่าวถึงประเพณีของชาวล้านนาในสมัยก่อนรวมถึงวิถีชีวิตของชาวล้านนาในสมัยนั้นไมว่าจะเป็น การละเล่น, เครื่องดนตรี, การฟ้อนรำ รวมถึงสถานที่ถ่ายทำเพื่อจำลองเมืองต่างๆของล้านนาในสมัยนั้น

เคลียร์แล้ว อั้ม อธิชาติ จากกรณีเบี้ยวค่าตัวนักแสดง ยันคดีจบแล้ว

 

นับว่าเป็นคดีที่ยืดเยื้อมาพอสมควรกับกรณีการเบี้ยวค่าตัวนักแสดงจากซีรี่ย์ เจ้าเวหา โดยผู้จัด อั้ม อธิชาติโดยตอนนี้ถือว่าเจ้าตัวโล่งใจและจบกับคู่กรณีได้ด้วยดีเผยได้รับเงินชดเชยจากคู่กรณีแล้ว ส่วนคดีหมิ่นประมาทยังคงอยู่ในชั้นศาล ถือว่าเป็นข่าวที่ยาวนานกับกรณีซีรี่ย์ชุด เจ้าเวหา ของผู้จัด อั้ม อธิชาติและนัท มีเรีย หลังจากออกอากาศไปแล้วและมีเสียงวิพากย์วิจารณ์กันอย่างกว้างขว้างถึงโปรดักชั่นที่ไม่สมบูรณ์รวมถึงกรณีที่ทางผู้จัดเบี้ยวค่าตัวนักแสดงจนกลายเป็นคดีฟ้องร้องกันในที่สุด ก่อนที่นักแสดงชายจะออกมาชี้แจงว่าจ่ายเงินให้บัญชีกองถ่ายไปแล้วและทำไมเงินไม่ถึงนักแสดง ซึ่งเหตุนี้เองทำให้เกิดการฟ้องร้องกันยกใหญ่ ล่าสุดนักแสดงหนุ่มอั้มได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวในงาน Thai Airways X Embassy Diplomat Screens Exquisite with an Exclusive Movie ที่นักแสดงหนุ่มได้มาร่วมงาน และทางอั้มเองก็ได้ให้สัมภาษณ์และอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดีนี้ โดยทางนักแสดงหนุ่มเผยว่า คดีในตอนนี้ยังทราบรายละเอียดมากนัก แต่ทราบเพียงว่าตอนนี้นักแสดงทั้ง 4 คนที่ได้ฟ้องร้องในคดีดังกล่าวนั้นซึ่งล่าสุดคดีก็ยุติลงมีการยอมความ ซึ่งทางจำเลยก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายแล้วและคดีก็จบไป ซึ่งทางเจ้าตัวเองก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้มากนักแต่ทางนักแสดงก็ได้ส่วนที่เขาต้องการแล้ว ซึ่งทางเจ้าตัวก็สบายใจขึ้นที่คดีนี้จบลงได้ด้วยดี โดยทางผู้สื่อข่าวยังถามต้องอีกว่าค่าเสียหายนั้นเป็นเงินเท่าไหร่ โดยทางนักแสดงหนุ่มและผู้จัดก็ไม่เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

นอกจากนี้ทางผู้สื่อข่าวยังถามต่อว่าได้ติดต่อทางนักแสดงหรือยัง และทางอั้มก็ตอบว่าตอนนี้ตนยังไม่ได้ติดต่อกับน้องนักแสดงเลย แต่ทางผู้จัดการส่วนตัวบอกว่าตอนนี้ทางน้องนักแสดงโอเคแล้วและตนในฐานะผู้จัดละครก็รู้สึกยินดีที่เรื่องผ่านไปได้ด้วยดีทั้งสองฝ่าย นอกจากนั้นแล้วทางผู้สื่อข่าวยังถามถึงคดีของนักแสดงหนุ่มซึ่งเขาเองก็เผยว่า คดีที่ฟ้องร้องนั้นอยู่ในขั้นตอนของกฎหมายและตอนนี้ศาลยังไม่ได้ตัดสินความซึ่งจะชนะหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบซึ่งปล่อยให้ทางดุลยพินิจของศาลดีกว่า นอกจากนี้ตนยังเผยอีกว่าไม่อยากให้มีการฟ้องร้องเพราะขั้นตอนต่างๆค่อนข้างยาวนานและต้องอาศัยรายละเอียดเพราะเป็นคดีใหญ่ โดยเจ้าตัวเผยว่าเรื่องของการยอมความนั้นมันเลยจุดนั้นไปแล้ว ผู้สื่อข่าวยังถามต่อเรื่องละครที่ตนเป็นผู้จัด โดยทางอั้มก็บอกว่ายังอยากผลิตละครอยู่แต่ต้องศึกษาอะไรหลายๆอย่างและตนก็รู้สึกมีอิสระมากขึ้นจึงยังคงต้องพักงานผู้จัดไว้ก่อน หากวันหนึ่งพร้อมตนก็อยากกลับมาจัดละครอีก

จั๊กจั่น เคลียร์ดราม่ากรณีโผล่ช่อง 3

 

กลายเป็นเรื่องดราม่ากันในวงการโทรทัศน์ไทยอย่างดารานักแสดงสาวอย่าง จั๊กจั่น อคัมสิริ ที่ตอนนี้เจ้าตัวได้ทำงานในฐานะนักแสดงอิสระเต็มตัวแล้วหลังจากไม่ต่อสัญญาจากตันสังกัดเดิมอย่างช่อง 7 แต่ทว่ากลับกลายเป็นปมดราม่าของแฟนๆช่อง 7 ไม่น้อยเมื่อหลังจากที่ย้ายออกจากช่อง 7 กลับเห็นเจ้าตัวโผล่เล่นละครให้ช่องคู่แข่งตลอดกาลอย่างช่อง 3 ซึ่งทางนักแสดงสาวเองก็มีละครให้ช่อง 3 อย่าง ตุ๊กตาผี ที่ตนได้รับบทนางเอกของเรื่องที่มาแทนนักแสดงก่อนหน้านี้อย่าง ศิริต้า เจนเส่น ที่ถอนตัวจากบทดังกล่าว และแน่นอนว่าด้วยความเป็นนักแสดงอิสระแล้วซึ่งทางนักแสดงสาวเผยว่าต้องการโปรโมทสินค้าของตนเองผ่านช่องทางโทรทัศน์หลายช่อง ประเด็นดราม่าดังกล่าวนั้นคือแฟนๆบางส่วนได้ออกมาแสดงความเห็นว่าการที่เจ้าตัวย้ายออกจากต้นสังกัดเดิมนั้นเป็นเพราะว่าอยากเล่นกับช่องใหม่ๆมากขึ้น ซึ่งทางจั๊กจั่นเองก็ออกมาแสดงความเห็นถึงการได้ลงแสดงละครให้กับช่อง 3 โดยเจ้าตัวเผยว่าตอนนี้ตนรับละคร 2 เรื่องคือ เวค อัพ ชะนี ทางช่อง GMM 25 และ ตุ๊กตาผี ช่อง 3 และเรื่องตุ๊กตาผีนั้นตนรับหลังจากที่ไม่ต่อสัญญากับช่องแล้วรวมทั้งเปิดกล้องถ่ายทำก่อนแล้ว รวมทั้งทางผู้จัดละครเองก็ได้มีการพูดคุยกับช่องและอนุมัติให้เล่น ซี่งทางผู้จัดละครก็ขอร้องให้ช่วยมาเล่นให้หน่อย และไม่อยากให้แฟนๆมองว่าเล่นเรื่องแรกในฐานะนักแสดงอิสระข้ามช่อง ซึ่งตอนนี้ตนเป็นนักแสดงอิสระแล้ว

นอกจากนี้แล้วทางนักแสดงสาวยังเผยต่ออีกว่า ไม่อยากแฟนๆคิดว่าตนไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 และมาเล่นให้ช่อง 3 หลักๆแล้วตนอยากจะโปรโมทธุรกิจของตนเองในสื่อหลายช่องทาง เพราะหากว่าตนติดสัญญาไม่จะมีผลต่อการโปรโมทธุรกิจของเธอด้วย ซึ่งการรับเล่นละครนั้นมันเป็นเรื่องที่บังเอิญพอดี เป็นจังหวะที่พอดีเลยและเจ้าตัวก็สนใจในบทที่ได้รับซึ่งเมื่อมีโอกาสต้องคว้าไว้ พร้อมทั้งเธอก็ยังคิดแล้วว่าต้องมีประเด็นดราม่าเข้ามาแน่นอนซึ่งเธอก็อยากให้ทุกคนมองอย่างเป็นกลาง อยากลองบทบาทใหม่ที่ตนไม่เคยได้รับรวมถึงอยากร่วมงานกับหลายทีมทั้งนักแสดงและทีมงานด้วย เพราะการออกมานั้นเป็นการจบสัญญาด้วยดี มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้วซึ่งผู้ใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เชื่อว่าแฟนๆของช่องเข้าใจดีและอยากให้มองเป็นกลาง ซึ่งเราก็เป็นทำงานคนหนึ่ง เป็นพนักงานคนหนึ่ง และย้ำว่าหากทางช่อง 7 ติดต่อให้เล่นตนได้ยินดีและพร้อมที่จะรับเล่นอย่างแน่นอน  ซึ่งก่อนหน้าที่เข้ามาอยู่ช่อง 7 นั้นทาง จักจั่น ก็เคยเล่นละครให้ช่อง 3 มาก่อนเซ็นกับเอ็กซ์แซกและช่อง 7

ตี๋ใหญ่ พ.ศ. 2542

ถ้าพูดถึงเรื่องราวของละครแล้วละก็ บอกเลยว่าละครเรื่องนี้เป็นละครอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เราได้แง่คิดดีๆ และเป็นละครที่ทำให้ในปี 2542 เป็นที่พูดถึงและเหล่าพีเพิลติดตามกันในช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่มจนถึง 4 ทุ่มที่ออกอากาศทางช่องวิกสามพระราม4 ในทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เรากำลังพูดถึงละครเรื่องตี๋ใหญ่ แน่นอนทุกคนจะต้องเคยได้ดูได้ชมกันมาบ้างแล้วนะครับ ก่อนที่จะมีในเวอร์ชั่นในปี 2542 ที่โด่งดัง ก็ยังเคยมีเวอร์ชั่นในปี 2528 แน่นอนว่ามีนักแสดงนำหลักในเวอร์ชั่นนี้ที่เรารู้กันเป็นดีอย่าง พี่นก ฉัตรชัย เปล่งพานิช รสริน จันทรา และ ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ ส่วนเวอร์ชั่นของปี 2542 นั้นบอกเลยว่าเป็นที่พูดถึงของเหล่าพีเพิลทุกๆคนอย่างชัดเจน เพราะเป็นบทประพันธ์และบทโทรทัศน์ที่ยอดเยี่ยม และได้นักแสดงที่ยอดเยี่ยมอย่าง หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์ ที่รับบทเป็นตี๋ใหญ่เป็นตัวละครหลักนำเรื่องราว พร้อมด้วย ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด ที่รับบทเป็นเกษร เป็นภรรยาคนที่สามของตี๋ใหญ่  และยังได้พี่บี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงค์ ช่างภาพฝีมือดีมารับบทเป็น พลตำรวจโท สมเกียรติ  แน่นอนว่าละครเรื่องนี้อยู่ในความทรงจำของใครๆหลายคนอย่างแน่นอน ด้วยตัวนักแสดงที่บอกเลยว่า ใครได้กลับมาดูอีกครั้ง บอกเลยว่าเล่นได้อย่างมีคุณภาพ ละครเรื่องนี้ยังมีเพลงประกอบละครที่มีความไพเราะโดยเสียงร้องของตัวหลักในเรื่องอย่าง ตี๋ใหญ่ที่รับบทโดยพี่หนุ่ม ศรราม โดยมี 3 เพลงที่ขับร้องเอาไว้ อย่างเพลง วิบากกรรม เพลงไม่อยากจะเป็นอย่างนี้ และเพลงสู้

ละครไทยที่รีเมคแล้วกระแสดีสุดๆ ตอน 2

– ขมิ้นกับปูน (2559) เรื่องนี้ถูกรีเมคมาแล้ว 2 ครั้ง และในปี 2559 เป็นครั้งที่ 3 เป็นละครรีเมคที่ได้รับความนิยมมากในตอนท้ายเรื่องที่ส่งบทให้เชือดเฉือนอารมณ์ของเหล่านักแสดงในเรื่อง ที่เรียกกระแสคนดูอย่างมากจนติดอันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์มาแล้ว

– นาคี (2559) หลายๆคนคิดว่าเป็นงานสร้างครั้งแรก แต่ละครเรื่องนี้เคยถูกสร้างมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งในเวอร์ชั่น 2559 ถือว่าเป็นกระแสตั้งแต่ตอนแรกที่ออกอากาศโดยเฉพาะผู้ชมที่พูดถึงเรื่องของคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่สวยงามและสมจริงมากประกอบกับบทพูดภาษาถิ่นของนักแสดงที่เรียกว่าทำการบ้านมาดีสุดๆ ทำให้นาคีกลายเป็นต้นแบบของการบุกเบิกซีจีในละครไทยในอนาคต

– เพลิงพระนาง (2560) ละครเรื่องนี้เป็นกระแสการพูดถึงมากตั้งแต่ฟิตติ้ง หลายๆคนกล่าวถึงเรื่องของเสื้อผ้า หน้าผม และนักแสดงที่บางคนอาจคิดว่าเล่นไม่ถึงบทบาทเนื่องจากเวอร์ชั่นเก่าอย่างปี 2539 ทำออกมาได้ดีสุดๆ แต่แล้วก็สามารถลบคำสบประหม่าของผู้ชมได้สำเร็จ เมื่อออกอากาศเพลิงพระนางสามารถติดเทรนอันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์ทุกตอนที่ออกอากาศ รวมถึงบทบาทของนักแสดงหลายๆคนที่ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้เต็มที่สุดๆ จนกลายเป็นกระแสชื่นชมกันอย่างมาก

– บัลลังก์เมฆ (2558) เป็นละครฟอร์มใหญ่ที่มีนักแสดงระดับฝีมือเพียบในเรื่อง แม้ว่ากระแสอาจจะไม่ดีมากมายเท่าใด แต่ต้องบอกว่างานสร้างและโปรดักชั่นทำออกมาได้ดีมากๆ

– บ่วงหงส์ (2552) เคยสร้างแล้วถึง 3 ครั้งและในปี 2552 นั้นเป็นการสร้างครั้งที่ 2 เมื่อออกอากาศนั้นกลายเป็นกระแสพูดถึงความสนุกสนาน บทที่มีความเข้มข้น และการแสดงของนักแสดง ส่งผลให้เวอร์ชั่นนี้กลายเป็นละครที่เรทติ้งสูงอันดับต้นๆในปีนั้น

ละครไทยที่รีเมคแล้วกระแสดีสุดๆ ตอน 1

ละครไทยนั้นอยู่คู่กับผู้ชมชาวไทยมานานหลายปี ด้วยเนื้อหาที่เข้าถึงบริบทของคนไทยได้ง่ายๆและเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่เชือดเฉือนอารมณ์ สนุกสนานดูง่ายทำให้ละครไทยบางเรื่องทุกนำกลับมาสร้างแล้วสร้างอีกจนนับไม่ถ้วน แต่บางเรื่องนั้นมาสร้างก็ได้รับกระแสและการตอบรับได้ดีทีเดียวเรามาดูกันว่ามีละครไทยเรื่องใดบ้าง

– คู่กรรม (2556) เป็นคู่กรรมที่มีกระแสตอบรับในด้านดี ทั้งโปรดักชั่นต่างๆ บทละครที่ลงตัวสนุกสนาน แม้ว่าในเวอร์ชั่นนี้จะกระแสไม่เท่ากับเวอร์ชั่น 2533 ที่เรียกกระแสอย่างมากในตอนนั้น แต่สำหรับคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ก็สามารถสร้างออกมาได้ลงตัว

– ทองเนื้อเก้า (2556) เนื้อหาละครที่ชื่นชอบของเหล่าแม่ค้าทั้งหลายที่มีความเข้มข้นมาก ทองเนื้อเก้าเวอร์ชั่นนี้เป็นกระแสตอบรับมาก ด้วยบทที่สนุกสนาน เฉือดอารมณ์ ประกอบกับนักแสดงมากฝีมือส่งผลให้ละครเรื่องนี้มีคนพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง

– นางทาส (2551) ละครพีเรียดที่เคยสร้างความประทับใจมากแล้วหลายครั้ง และถูกสร้างอีกครั้งในปี พ.ศ. 2551 ด้วยบทบาทที่เข้มข้นประกอบกับนักแสดงมากฝีมือที่ส่งอารมณ์ในบทบาทกันอย่างถึงพริกถึงขิงรวมถึงวลีเด็ดๆในเรื่อง ทำให้นางทาสเวอร์ชั่นนี้ถูกกล่าวถึงมากที่สุดและได้เรทติ้งสูงที่สุดในตอนนั้นด้วย

– พิษสวาท (2559) เป็นละครพิเรียด-ประวัติศาสตร์ ที่ต้องอาศัยความละเอียดในงานสร้างอย่างมาก และในเวอร์ชั่นนี้ก็ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังเลย รวมถึงเป็นละครรีเมคอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นกระแสในเรื่องของมุมกล้องที่แตกต่างจากละครเรื่องอื่นๆที่ผ่านมา

รวมละครไทย CG สวยงาม

ละครไทยส่วนใหญ่เป็นแนวโรแมนติก, คอมมาดี้, ดราม่า หรือแนวพีเรียด ซึ่งมีให้ผู้ชมเลือกชมมากมายหลายเรื่อง ต้องบอกว่าละครไทยสมัยนี้การสร้างคอมพิวเตอร์กราฟฟิคหรือ CG นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันบอกถึงงานสร้างที่มีความละเอียดและความสวยงาม ที่นี้ก็มีละครจำนวนไม่น้อยที่มีการสร้าง CG ที่สวยงาม

– นาคี (2559) เป็นละครงานสร้างยาวนานกว่า 4 ปี และได้รับคำชมเรื่องของงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกของงูที่สวยและสมจริงมาก และเป็นกระแสในเรื่องของงานสร้าง CG ของละครไทยที่ต้องคำนึง

– มณีสวาท (2553) เป็นละครเรื่องแรกที่ได้รับคำชมเรื่องของงานกราฟฟิกแม้ว่าจะไม่ใช่ยุคของโลกโซเชียล แต่เรื่องนี้ก็ทำให้งานกราฟฟิกออกมาได้สมจริงและสวยมากเรื่องหนึ่ง

– แต่ปางก่อน (2560) ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ที่การถ่ายทำยุคปัจจุบันค่อนข้างหาสถานที่ยากและแน่นอนว่าทางผู้สร้างจึงมีการใส่กราฟฟิกของกรุงเทพในสมัยนั้น ซึ่งแถบจะไม่มีตึกสมัยใหม่โดดออกมาเลย ถือว่าเป็นงานซีจีบ้านเมืองที่ดูสวยงามและสมจริง

– พิษสวาท (2559) ฉากที่หลายๆคนชื่นชมที่สุุดของเรื่องคือ ฉากของปืนใหญ่ข้าศึกยิงโดนยอดเจดีย์พังทลายลงมา ซึ่งสร้างออกมาได้น่าทึ่งมากมันบ่งบอกถึงความละเอียดของทีมงานและการใส่ใจรายละเอียดได้อย่างดีเยี่ยม หรือ ฉากภาพวาดที่เปลี่ยนจากหญิงสาวที่สวยงามกลายเป็นโครงกระดูกที่น่ากลัวที่มีความเนียนอย่างมาก

ละครเหล่านี้ถือว่าเป็นก้าวหนึ่งของวงการละครไทยที่จะมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าเราอาจจะได้เห็นซีจีที่เนียนมากขึ้นจนมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของละครไทยก็ได้

เรือนพะยอม ละครผีเรื่องใหม่จากช่อง 7

เป็นละครผีที่มีความหลอน น่ากลัวไม่น้อยกับละครผีเรื่องแรกโดยบริษัท ป๊าสั่ง ย่าสอน ซึ่งก่อนหน้านี้สร้างละครแนวแอ็คชั่นป้อนช่อง 7 ซะส่วนใหญ่ มาคราวนี้หันมาเปลี่ยนแนวสร้างบ้างเป็นแนวสยองขวัญ ลึกลับ เรื่องเรือนพะยอม จากนิยายของ รอมแพง จะว่าด้วยเรื่องราวของความอิจฉาริษยาและวิญญาณของหญิงสาวที่สิงอยู่ ณ บ้านหลังหนึ่งชื่อว่า เรือนพะยอม และความผูกพันของชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งข้ามชาติภพ

พ.ศ. 2560 รสิกา ครูสอนภาษาอังกฤษมักจะฝันประหลาดทุกคืนเกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่งและหญิงสาวคนหนึ่งที่ปรากฏตัวในความฝันของเธอทุกครั้ง วันหนึ่งรสิกาได้งานใหม่โดยไปสอนหนังสือให้กับเด็กคนหนึ่ง ณ เรือนพะยอม เธอรู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกๆ รสิกาจึงปรึกษากับก้อยเพื่อนสนิทและพาไปพบคุณกรรณิการ์ ป้าของก้อย เมื่อรสิกาเอ่ยชื่อเรือนพะยอม กรรณิการ์ ก็มีท่าทีเกลียดชังคนที่บ้านเรือนพะยอมทันที

ขณะเดียวกัน วฤกษ์ นักธุริกจหนุ่ม ทายาทของเรือนพะยอมเมื่อได้พบเจอกับรสิกาแล้ว เขารู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ขณะที่รสิกาเริ่มฝันเกี่ยวกับเรือนพะยอมบ่อยมากขึ้น และการปรากฏตัวของหญิงสาวลึกลับของหนึ่งในเรือนพะยอม คุณย่ามะลิ ย่าของวฤกษ์เมื่อได้เห็นหน้าของรสิกาครั้งแรก จึงรู้ทันทีเลยว่าเรื่องราวในอดีตนั้นกลับมาอีกครั้ง อดีตที่เลวร้ายของเรือนพะยอม วิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งที่ยังคงอยู่ที่เรือนพะยอม ไม่ไปไหนจนกว่าบางคนจะได้รับกรรมที่ทำไว้ ละครเรื่อง เรือนพะยอม อากาศทางช่อง 7 วันจันทร์-อังคาร 20.30 – 22.45

รวมละครไทยที่ชอบ รีเมค บ่อยสุดๆ

ละครไทยมีละครหลายเรื่องที่เมื่อสร้างแล้วก็มีคนดูชื่นชอบมานานและทำให้ละครเรื่องนั้นกลายเป็นตำนานที่มีการเอามาสร้างใหม่หลายเวอร์ชั่นจนคนดูจำเนื้อเรื่องได้เกือบทั้งหมด ซึ่งแม้ว่าละครไทยที่ชอบรีเมคบ่อยๆแต่ก็กลายเป็นละครที่คนดูชอบและยังคงติดตามอยู่เสมอๆ

บ้านทรายทอง ละครในตำนานของหญิงสาวชาวบ้านถักผมเปียสองข้างเดินถือชลอมเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านที่เป็นพินัยกรรมของเธอเอง แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จัก พจมาน สว่างวงศ์ แห่งบ้านทรายทอง ที่นำมารีเมคแล้วรีเมคอีก ไม่ว่าจะเป็นละครหรือภาพยนตร์ ที่มีการรีเมคไปแล้ว 5 ครั้ง หากนับรวมภาพยนตร์แล้วรีเมคถึง 7 ครั้งเลยทีเดียว

คู่กรรม เป็นละครคลาสสิคในตำนานที่โด่งดังมากโดยเฉพาะเมื่อออกอากาศที่ช่อง 7 เมื่อปี 2533 ทำให้เกิดกระแสถนนโล่งในตอนจบทำเรตติ้งสูงสุดเป็นประวัติกาลทำให้ละครเรื่องนี้ถูกนำมารีเมคในเวลาอีกครั้งทางช่อง 3 และมีภาคต่อด้วยแต่กลับทำกระแสได้น้อยกว่ามาก และมีการสร้างอีกครั้งทางช่อง 5 ในปีเดียวกันมีการสร้างเป็นภาพยนตร์ออกมาอีกด้วย รวมแล้วละครเรื่องนี้รีเมคไปแล้ว 6 ครั้ง และภาพยนตร์อีก 4 ครั้ง

แม่นาคพระโขนง ละครผีสุดคลาสสิคที่สร้างเมื่อไหร่ก็มีความนิยมเท่านั้นกับความรักระหว่างผีและคนที่ความตายไม่อาจพรากจาก ซึ่งคนดูก็รู้ๆกันอยู่ว่าตอนจบจะเป็นยังไงแต่ก็ยังดู แม่นาคพระโขนงถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์หลายเวอร์ชั่นรวมถึงภาพยนตร์ และละครที่มีเนื้อเรื่องแตกต่างออกไปโดยมีตัวละคร แม่นาคเข้ามาเป็นตัวเดินเรื่อง

 

รวมละครไทยที่อวสานแบบดื้อๆ จบแบบงงๆ

ละครไทยเป็นสื่อที่อยู่คู่ชาวไทยมานานมากและแน่นอนว่าเนื้อเรื่องที่ดูง่ายมีเพียง พระเอก นางเอก นางร้าย ตัวร้าย ซึ่งดำเนินเรื่องราวของละครเรื่องนั้นๆจนถึงตอนจบที่มีการคลี่คลายเรื่องราวและจบลงด้วยดีซึ่งส่วนมากก็จะเป็นพระเอก นางเอก รักกันและอยู่ด้วยกันส่วนตัวร้ายกับนางร้ายก็ได้รับผลกรรมที่ก่อ แต่ก็มีบางเรื่องที่จบแบบงงๆและไม่สุด ซึ่งกลายเป็นเรื่องพูดถึงมากจนถึงปัจจุบัน

บัลลังก์หงส์ ออกอากาศทางช่อง 7 กำกับโดย ศรัญญู วงศ์กระจ่าง ซึ่งถือว่าเป็นละครที่มีการตอบรับดีเรื่องหนึ่งเพราะมีความสนุกสนานเนื้อเรื่องน่าติดตามแต่ตอนจบกลับกลายเป็นว่าทำเอาคนดูถึงกับงงเลยว่าทำไมละครถึงนำเสนอแบบนั้น ทำมีกระแสถึงว่านางเอกของเรื่องนั้นหมดสัญญากับทางช่องจึงมีการนำเสนอตอนจบแบบงงๆ

หลังคาแดง ออกอากาศปี 2547 ทางช่อง 7 เป็นละครในตำนานเรื่องหนึ่งที่จบค้างคาใจคนดูแบบสุดๆ ซึ่งอยู่ดีๆ ก็มีละครเรื่องใหม่มาแทนซะงั้น จึงมีข่าวถึงว่าการที่ละครถูกตัดจบเพราะว่าทำเรทติ้งไม่ดีทางช่องจึงมีคำสั่งตัดจบทันทีซึ่งยังคงมีคำถามจนถึงปัจจุบันนี้ว่าตอนจบของเรื่องนี้เป็นอย่างไร และนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นักแสดงมากฝีมืออย่าง นก สินจัย ตัดสินใจลาขาดช่อง 7 เด็ดขาดก็ได้

เหนือเมฆ 2 ละครจากค่ายผู้จัดอย่าง นก ฉัตรชัย เปร่งพานิช ออกอากาศเมื่อปี 2555 ทางช่อง 3 ซึ่งเหลือเพียง 3 ตอนก็จะอวสานแบบสมบูรณ์แล้ว ซึ่งอยู่ดีๆละครเรื่องนี้ก็จบแบบดื้อๆ ขณะที่ผู้ชมกำลังติดตามตอนต่อไปนั้นกลับมีละครเรื่องอื่นมาออกอากาศแทนซะงั้น นี้ทำให้ทางช่อง 3 ถูกแฟนๆโจมตีหนักมากในตอนนั้น